thai language | English language

A- A A+

โรคบรูเซลโลสิสในสุนัข (Canine Brucellosis)
โดย สัตวแพทย์หญิงสุรีย์ ธรรมศาสตร์
กลุ่มอิมมูนและซีรัมวิทยา สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ เกษตรกลาง จตุจักร กรุงเทพฯ 10900
Thai-NIAH eJournal : ISSN 1905-5048, http://www.dld.go.th/niah, Volume 5 Number 1 (May - August 2010) หน้า 32-34                          


โรคบรูเซลโลสิสในสุนัข เกิดจากเชื้อแบคทีเรียกรัมลบ ชื่อ Brucella canis โรคนี้เป็นสาเหตุหลัก     ที่ทำให้เกิดการล้มเหลวในระบบสืบพันธุ์ของสุนัข โดยเฉพาะในเขตที่มีการเพาะเลี้ยงสุนัขขาย บรูเซลโลสิสในสุนัขเป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์สู่คน ( Zoonosis ) พบการระบาดของโรคนี้ในประเทศต่างๆเกือบทั่วโลก ยกเว้นนิวซีแลนด์และออสเตรเลีย โดยตรวจพบครั้งแรกที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2509 ส่วนในประเทศไทยมีการตรวจพบและยืนยันเชื้อครั้งแรกเมื่อปี 2541 สำหรับอัตราความชุกของโรคยังไม่เป็นที่ทราบ ดังนั้นสัตวแพทย์จะต้องให้ความรู้แก่เจ้าของฟาร์มสุนัขเพื่อให้มีความตระหนักต่อโรคนี้และช่วยลดศักยภาพในการแพร่โรคลงด้วย สำหรับชนิดของสัตว์ที่เป็นหลักของโรคนี้คือสุนัข แต่ในการทดลองพบว่า สัตว์อื่นๆ    รวมทั้งสัตว์เลี้ยง และลิงชิมแปนซีสามารถติดโรคได้ แต่ในธรรมชาติพบว่าสัตว์ดังกล่าวข้างต้นมีความทนต่อการติดเชื้อนี้การ

ติดต่อโดยทั่วไป
- การติดต่อในสัตว์เกิดจากการกิน การเลียสารคัดหลั่งจากช่องคลอด กินเนื้อเยื่อของลูก 
ที่แท้ง กินน้ำนมของสุนัขที่ติดเชื้อกินหรือเลียน้ำอสุจิของสุนัขเพศผู้ที่ติดเชื้อโดยเฉพาะในน้ำปัสสาวะของสุนัขเพศผู้จะมีปริมาณเชื้อนี้สูงมาก นอกจากนี้ยังมีการติดโรคจากการผสมพันธุ์ด้วย
-    เป็นโรคที่สามารถติดต่อจากสัตว์สู่คนได้โดยมีโอกาสติดต่อโรคได้ในกลุ่มผู้เลี้ยงสุนัข
นักวิทยาศาสตร์ในห้องปฏิบัติการ โดยติดต่อจากการกิน และสัมผัสสารคัดหลั่ง
สุนัขสู่สุนัข
เชื้อ B. canis จะพบได้ในลูกอ่อน รก ของเหลวในลูกอ่อนและของเหลวที่ออกมาจากช่องคลอดหลังการแท้ง และสามารถออกมากับสารคัดหลั่งจากช่องคลอดตามปกติได้ โดยเฉพาะในช่วงรอบเดือน น้ำนม น้ำเชื้อ ปัสสาวะ อุจจาระ น้ำตา น้ำลาย ของสุนัขที่เป็นโรค ซึ่งการติดต่อระหว่างสุนัขด้วยกันที่พบมากที่สุดคือ การเลีย และการดมในส่วนที่มีสารคัดหลั่งมาจากช่องคลอด การผสมพันธุ์ ลูกแท้ง และปัสสาวะของตัวผู้ที่ติดเชื้อ
สุนัขสู่คน
เนื่องจากสุนัขเป็นรังโรคตามธรรมชาติเพียงชนิดเดียว ที่คนจะติดต่อโรคได้มากที่สุด     การหายใจเอาฝุ่นละอองที่มีเชื้อปนเปื้อน หรือสัมผัสโดยตรงกับของเหลวของลูกแท้ง หรือจากของเหลวที่มาจากช่องคลอด ซึ่งเชื้อจะผ่านเข้าเยื่อบุตามอวัยวะต่างๆหรือเข้าทางรอยขีดข่วนที่ผิวหนังหรือได้รับจากการเพาะแยกเชื้อแบคทีเรีย การติดเชื้ออาจเกิดจากการใช้มือที่เล่นกับสุนัขที่เป็นโรคแล้วไม่ล้าง หยิบจับอาหารกิน หรือเกิดจากการเลียของสุนัขที่บริเวณปากหรือใบหน้ารวมทั้งความเป็นไปได้ที่จะได้รับเชื้อจากการสัมผัสกับปัสสาวะ หรืออุจจาระของสุนัขที่มีเชื้ออยู่ แต่ลักษณะหลังนี้ยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัด ซึ่งก็อาจมีความเป็นไปได้ เชื้อ B. canis สามารถมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อม ที่มีความชื้นสูง อุณหภูมิต่ำ แสงแดดส่องไม่ถึงได้เป็นเวลานาน ดังนั้นโรคสามารถแพร่ได้จากการที่ฝุ่นละอองที่มีเชื้อปนอยู่ และยังพบว่าเชื้อสามารถมีชีวิตอยู่ได้ในน้ำ ลูกแท้ง อุจจาระ เครื่องมือ อุปกรณ์ รวมทั้งเสื้อผ้าที่ใช้ปฏิบัติงาน ได้เป็นเวลานานหลายเดือน

อาการ
เชื้อ B. canis ทำให้เกิดโรคในระบบสืบพันธุ์ โดยอาการที่พบมากที่สุดคือการแท้งลูก ในระยะ    45-59 วันหลังการตั้งท้อง และมีอาการอื่นๆที่เกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ เช่นการผสมไม่ติด เป็นหมันในสุนัขเพศผู้ sperm มีลักษณะผิดปกติ อัณฑะมีขนาดเล็กลงและมีการอักเสบ  ส่วนอาการอื่นๆที่พบในสุนัข      ทั้งสองเพศคือ การขยายตัวใหญ่ของต่อมน้ำเหลืองทั่วร่างกาย
 
การชันสูตร
วิธีทางซีรัมวิทยา เป็นวิธีที่นิยมใช้มากที่สุด แต่ยังมี cross-reaction กับเชื้อตัวอื่นได้ วิธีที่ใช้ตรวจชันสูตรโรคคือ
- rapid slide agglutination test ( RSAT )
- Tube agglutination ( TAT ) Indirect ,fluorescent antibody test ( IFAT or IFA ) 
- Agar gel immunodiffusion
- Blood culture
- PCR
ในประเทศไทย ได้มีการศึกษาวิจัยสำรวจโรคแท้งติดต่อสุนัขในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลและจังหวัดในภาคกลางโดยใช้วิธีการตรวจทางซีรัมวิทยาและวิธี STAT ( Standard Tube Agglutination )และทางการแยกเพาะเชื้อ B. canis จากเลือด วิธีที่ใช้ในการชันสูตรโรคที่เป็นการตัดสินการเป็นโรคคือการทำ culture และ PCR analysis เท่านั้น
               alt      
                                                 
ที่มา: http://www.denka-seiken.co.jp

การรักษา
·    ไม่แนะนำ เพราะมีราคาแพง ใช้ระยะเวลารักษานาน และไม่มีการรับรองผลของยาปฏิชีวนะที่ใช้ และโรคจะกลับมาเป็นใหม่เมื่อรักษาไปนานๆด้วยยาปฏิชีวนะ
·    การตอนสุนัขอาจช่วยลดปัจจัยเสี่ยง แต่ยังไม่มีการพิสูจน์ว่าได้ผลหรือไม่
·    ส่วนวิธีที่พิสูจน์แล้วว่าใช้ได้คือ การตรวจสุนัขที่เลี้ยงทุกตัวและคัดตัวที่ยืนยันแล้วว่าให้ผลเป็นบวกออกไป
·    สำหรับการรักษาในคนจะใช้ยาปฏิชีวนะ

การควบคุมและการป้องกัน
·    ไม่มีวัคซีน ในปัจจุบัน
·    วิธีป้องกันที่ดีที่สุด โดยการตรวจโรคสุนัขพ่อ แม่พันธุ์ทุกตัวปีละครั้งและทดสอบโรคสุนัขที่จะนำเข้ามาเลี้ยงใหม่ทุกตัวและรับเฉพาะตัวที่ไม่ติดเชื้อเท่านั้น ทั้งนี้ควรทำความสะอาดกรงเลี้ยงและบริเวณรอบๆด้วยยาฆ่าเชื้อเป็นประจำ

ปัญหาทางสาธารณสุขและข้อเสนอแนะ
·    สุนัขเป็นสัตว์เพียงชนิดเดียวที่เป็นรังโรคของเชื้อ B. canis ตามธรรมชาติ
·    คนมีความต้านทานต่อการติดเชื้อ B. canis
·    แม้โรค Brucellosis ที่เกิดจากเชื้อ B. canis จะเป็น zoonosis ซึ่งไม่ค่อยมีความสำคัญนัก แต่เชื้อ B. canis ก็ยังคงสามารถก่อโรคได้และทำให้คนเกิดอาการป่วยได้
·    เจ้าของสุนัขที่มีความบกพร่องของภูมิคุ้มกัน คนท้องและเด็ก อาจมีความเสี่ยงต่อ        การติดโรค และมีอาการรุนแรงได้
·    ผลกระทบในด้านระบบสืบพันธุ์ของในคนที่ติดเชื้อยังไม่ทราบแน่ชัด
·    อุบัติการณ์ของการเกิดโรคทั้งในสุนัขและคนยังไม่มีข้อมูลเพียงพอทำให้ไม่ทราบอัตรา  การป่วยตายที่แท้จริง
·    การจัดการเกี่ยวกับการผสมพันธุ์สุนัขที่ดี การปรับปรุงสิ่งแวดล้อมการตรวจโรคและแยกสัตว์ที่ติดโรคออกอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดการติดเชื้อ B. canis ในสถานที่เพาะเลี้ยงสุนัขได้

บรรณานุกรม
Canine Brucellosis: Brucella canis. 2007. The Center for Food Sercurity and Public Health, lowa State University, College of Veterinary Medicine p.1-4. http://www.cfsph.iastate.edu/Factsheets/pdfs/brucellosis canis.pdf
Carmicheal LE, Shin SJ. Cani
Gardner DE, Reichel MP. No evidence of  Brucella canis in fection in New Zealand dogs. Surveillance 1997;24:17-18.
http://www.denka-seiken.co.jp/english/products/bacteriology/staphylococcusAureus.html
เกชกนก ศิรินฤมิตร http:// sunshinefm.com/thaifm/index.php?type_page=news&f=1&id=2668 สืบค้นเมื่อ 5/6/2551